Loading...
Related Posts
Loading...

บุกป่าดงดิบแดนมนุษย์(กินคน) ตอน 1

    บทความนี้เป็นอีก 1 บทความที่น่าอ่านและมีสาระของคุณ jayaus ผมเลยคัดลอกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันในรูปแบบของblogger บทความนี้มี 2 ตอนครับ ตัดโดยผมเองครับ...เพื่อไม่ให้เสียเวลาและสายตา เชิญอ่านเลยครับ......

     ทุกวันนี้โลกเรามีวิทยาการก้าวหน้าไปมากทั้งในด้านเทคโน โลยี่วิทยาศาสตร์ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เครื่องอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตมีเพียบพร้อม แต่ในบางส่วนของโลกยังมีมนุษย์บางเผ่าแถมบางเผ่ายังกินเนื้อมนุษย์ด้วย กัน(อย่าเพิ่งเชื่อโปรดใช้วิจารณญาณ) ยังใช้ชีวิตแบบมนุษย์ยุคหิน วิถิทางในการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ผมเลยอยากมาแนะนำให้รู้จักว่ายังมีชนเผ่าแบบนี้ในโลกและไม่ได้ไกลประเทศไทย เรามากไปเท่าไหร่เลย


  ปาปัวเป็นจังหวัดตะวันออกสุดของประเทศอินโดนีเซียตั้ง อยู่ทางซีกทิศตะวันตกของเกาะปาปัวนิวกีนีที่เป็นเขตพื้นอากาศที่ร้อนชื้นที่ ใหญ่สุดและสูงสุดของโลก โดยมีเทือกเขาใหญ่Pengunungan Maoke ตั้งขวางกั้นอยู่กลางเกาะแยกพื้นที่ภาคเหนือออกจากพื้นที่ภาคใต้


            ปาปัว มียอดเขาPuncak Jayaที่สูงที่สุด4884เมตร ของอินโดนีเซียและมีหิมะปกคลุมบนยอดเขาเป็นหนึ่งในยอดเขาไม่กี่แห่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีหิมะปกคลุม
   
    ดูยอดเขาเขาPuncak Jaya ที่มีหิมะปกคลุมใกล้ๆ


            ชนเผ่า โกโรไว Korowai หรือในอีกชื่อโกโลฟู Kolufo เป็นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าลึก บริเวณภาคกลางตอนใต้ของปาปัว (Papua) และแทบจะไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเหมือนเผ่าอื่นๆในเขตปาปัวที่มีอยู่ถึง250 ชนเผ่า
ชนเผ่า โกโรไว Korowai หรือในอีกชื่อโกโลฟู Kolufo
            ประชากรของเผ่าโกโรไว Korowai มีประมาณ 3,000  ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าในโลกนี้มีแต่กลุ่มพวกเขาที่อาศัยอยู่ในโลก จนกระทั่งปี 1970 Korowai  ชาวเผ่านี้ถึงรู้ว่าในโลกใบนี้ ยังมีคนอื่นอยู่ด้วยและไม่ค่อยเปิดรับให้คนภายนอกเข้าไป


           ชนเผ่า Korowai ส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ใน บ้านต้นไม้ ในพื้นที่ห่างไกลแยกออกไปของพวกเขาของพวกเขา  ตั้งแต่ปี 1980เป็นต้น มีบางส่วนที่ย้ายเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านเปิดยานนิรุมาริม ริมฝั่งน้ำ และรวมตัวอาศัยเป็นหมู่บ้านกันมากขึ้น
            บ้านของชาวเผ่าจะปลูกขึ้นสูงมี ความสูงเฉลี่ย26 - 39 ฟุต (8 - 12 เมตร ). แต่บางบ้านอาจสูงถึง 148 ฟุต [45 เมตร]เพื่อป้องกันการรบกวนจากพวกแมลง ความร้อนชื้นและผีป่าและศัตรู บางบ้านจะสร้างอยู่เหนืออาณาเขตแม่น้ำ



           แต่ละหมู่บ้านจะมีบ้านเรือนแค่ 1-5 หลัง ระยะห่างของกลุ่มการตั้งถิ่นฐานจะห่างกัน ด้วยเหตุผลของการดำรงชีวิตคือแหล่งอาหาร(ชาวเผ่า Korowai กินยางเหนียว(paste)หรือแป้ง จาก ต้นปาล์มสาคู(sago)เป็นอาหารหลัก)โดยเอามาทำให้สุกและรับประทานในรูปแบบ ต่างๆเช่นปั้นเป็นลูกกลมหรือรีดเป็นแผ่นบางๆเหมือนใแพนเค้ก ใส่ลงในน้ำเดือด

            ในภาพเป็นวิธีการทำแป้งจากต้นสาคู(แต่คนในภาพไม่ใช่เผ่า Korowai ยกตัวอย่างมาให้ดู)


            Korowai เป็นชนเผ่าดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์จำพวกหมูป่า นก  งู และ แมลงเล็กๆและกินผักจำพวกใบปาลม์ ใบเฟิร์น และตอนหลังรู้จักเพาะปลูก  พวกเขามีทักษะการล่าสัตว์ที่ยอดเยี่ยมและจับปลาได้เก่งเพื่อเป็นอาหาร ประเภทโปรตีนที่จำเป็น  ซึ่งทำเป็นกิจกรรมเพื่อการออยู่รอดเท่านั้น พวกเขายังใช้ขวานที่ทำจากหินและมีดที่ทำจากกระดูกหลุมศพ
            ขวานหินเผ่าKorowai

            การแต่งกายของผู้หญิงเผ่า Korowai
   เครื่องประดับจมูกผู้หญิงทำจากกระดูกปีกของสัตว์ที่เรียกว่า flying fox สวม สร้อยคอทำจากเขี้ยวของสุนัขซึ่งได้รับเป็นมรดกมาจากแม่ของตัวเองอีกทีและถือ ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สวมกระโปรงที่ทำจากเปลือกไม้และเส้นใยจากต้นปาล์มสาคู


            ผู้ชายจะสวมสร้อยคอทำจากเขี้ยวหมูและใช้แค่ใบไม้ปิด อวัยวะสืบพันธุ์แต่บางกลุ่มก็ใช้ผลไม้เปลือกแข็งคล้ายถั่วห้อยปิดอวัยวะไว้ เท่านั้นส่วนรอบอกบางคนก็มีเครื่องประดับเช่นกัน(ดูภาพอื่นๆด้านบนประกอบ)
       
เด็กชาวเผ่าโคโรไว

            กิจกรรมที่ทำในกลุ่มเผ่าส่วนมากเป็นการเตรียมอาหารจาก ต้นสาคู ส่วนพิธีกรรมทางความเชื่อหรือศาสนาจะมีเฉพาะในกลุ่มเพศชายที่เป็นผู้ใหญ่ เท่านั้นในภาพเป็นการทำพิธีกรรมแสดงความระลึกถึงความกล้าหาญมีเกียรติยศของ บรรพบุรุษ
            ในภาพจะเห็นหนอนด้วงจากต้นสาคูซึ่งชาวโคโรไวชอบมากนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรม

            ผู้หญิงเวลาออกจากบ้านต้นไม้จะต้องมีตาข่ายจับสัตว์ติดตัวไป
            ส่วนผู้ชายก็จะต้องมีอาวุธติดตัวไปตลอดเช่นกัน
            ชนเผ่าโคโรไว แห่งปาปัว อาจยังเป็นชนเผ่าเดียวในโลกในโลกนี้ ที่ยังมียึดถือในเรื่องการกินเนื้อคน พวกเขาจะฆ่าสมาชิกในเผ่าของตัวเองที่พวกเขาคิดว่าเป็นแม่มดมีเวทย์มนต์ และจะชอบกินสมองมากที่สุดโดยจะกินดิบๆขณะที่เหยื่อเพิ่งตายและร่างกายยัง อุ่นอยู่

            และด้วยเหตุผลนี้พวกเขาจึงสร้างบ้านโดยต่อไม้ขึ้นสูงเพื่อป้องกันคนมาทำร้ายเพื่อกินเนื้อนั่นเอง

            ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ แต่ในกรณีนี้บางทีอาจเป็นแค่วิธีการดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวก็ได้เริ่มรู้จักหาเงิน
            ในภาพกำลังปีนบ้านคนอื่นเพื่อไปกินเนื้อหรือบ้านตัวเองหรือเปล่า
             ดูบ้านเผ่าโคโรไวใครจะไปสร้างแบบนี้บ้างก็ได้
             ภาพนี้ปีนขึ้นบ้านบนยอดไม้เสียวมาก
             ในปี 1961 ไมเคิล Michael ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ว่าการรัฐนิวยอร์คของอเมริกาในสมัยนั้น Neson Rockefeller ได้เข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ปาปัวและได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย  มีบางคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะถูกฆ่าและถูกกินเนื้อโดยมนุษย์กินคนเผ่า Korowai

ภาพการแต่งตัวสาวๆชาวเผ่าโคโรไว


เนื่องจาก เกรงว่าบทความจากยาวเกินจนท่านผู้อ่านเกิดเบื่อผมจึงขอตัดบทความออกเป็น 2 ตอนนะครับ
ท่านที่อยากอ่านต่อเชิญที่นี่เลยครับ>>>บุกป่าดงดิบแดนมนุษย์(กินคน) ตอน 2 จบ

ปล.ตอน2 ออกจะมีเรื่องที่โหดๆหน่อยนะครับ เด็กควรมีผู้ปกครองคอยชี้แนะครับ

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น

 
Toggle Footer